5 สัญญาณเตือน "วาระสุดท้ายของแมว" ทาสแมวควรรู้ อาการแมวใกล้กลับดาวแมว
Sanook//s.isanook.com/sr/0/images/logo-new-sanook.png60060
//s.isanook.com/ns/0/ud/1978/9894622/new-thumbnail1200x720_v2.jpg5 สัญญาณเตือน "วาระสุดท้ายของแมว" ทาสแมวควรรู้ อาการแมวใกล้กลับดาวแมว

5 สัญญาณเตือน "วาระสุดท้ายของแมว" ทาสแมวควรรู้ อาการแมวใกล้กลับดาวแมว

แชร์เรื่องนี้

5 สัญญาณเตือน "วาระสุดท้ายของแมว" เรื่องสำคัญที่ทาสแมวควรรู้ พร้อมวิธีดูแลให้เขาสบายที่สุดก่อนจากลา

การจากลาเป็นเรื่องที่ยากจะทำใจสำหรับคนรักสัตว์ แต่เมื่อวันนั้นใกล้เข้ามา การสังเกตเห็นการเปลี่ยนแปลงและเข้าใจสัญญาณสุดท้ายของเพื่อนยาก จะช่วยให้เราสามารถเตรียมตัว เตรียมใจ และปรนนิบัติเขาให้ผ่านช่วงเวลาสุดท้ายได้อย่างสงบและอบอุ่นที่สุด

5 สัญญาณเตือนสำคัญเมื่อแมวใกล้จะถึงอายุขัย

เมื่อร่างกายของแมวเริ่มชัตดาวน์และค่อยๆ หยุดทำงานตามธรรมชาติ พวกเขาจะแสดงพฤติกรรมและสัญญาณทางกายภาพ 5 ประการดังต่อไปนี้:

  1. ไม่กินอาหารและน้ำโดยสิ้นเชิง: ระบบภายในร่างกายเริ่มไม่ต้องการพลังงานอีกต่อไป แม้จะนำของโปรดหรือขนมแมวเลียมาวางไว้ตรงหน้า เขาก็จะไม่สนใจ ข้อควรระวัง: ไม่ควรบังคับหรือป้อนอาหารฝืนใจเด็ดขาด เพราะอาจทำให้แมวสำลัก ติดคอ และทรมานยิ่งกว่าเดิม
  2. พยายามเข้าไปซ่อนตัวในที่มืดและแคบ: ตามสัญชาตญาณสัตว์ป่า เมื่อร่างกายอ่อนแอและเคลื่อนไหวไม่ได้ แมวจะหาที่มืดๆ เช่น หลังตู้ หรือในซอกหลืบเพื่อหลบภัยจากศัตรู นี่ไม่ใช่เพราะเขาเกลียดเจ้าของ แต่เป็นเพราะเขาต้องการพื้นที่สงบในการทำใจให้สบาย
  3. อุณหภูมิร่างกายลดต่ำ หูและอุ้งเท้าเย็นจัด: เมื่อหัวใจเริ่มเต้นอ่อนลง การสูบฉีดเลือดไปยังอวัยวะส่วนปลายจะทำได้ยากขึ้น หากลองสัมผัสบริเวณหลังใบหู จมูก หรืออุ้งเท้า จะรู้สึกได้ชัดเจนว่าเย็นเฉียบกว่าปกติ
  4. รูปแบบการหายใจเปลี่ยนไป: จากเดิมที่เคยหายใจเงียบๆ จะเปลี่ยนเป็นหายใจลำบาก ขยับช่วงท้องขึ้นลงอย่างรุนแรง หรือเริ่มมีการหายใจทางปาก บางตัวอาจมีเสียงครืดคราดหรือเสียงหวีดในลำคอ และจังหวะการหายใจจะเริ่มขาดช่วง สั้นและเร็วสลับกันไป
  5. ขนหยาบกระด้างและเลิกเลียขน: แมวที่ป่วยหนักหรือหมดพลังงานจะไม่มีแรงเหลือพอที่จะเลียขนเพื่อทำความสะอาดตัวเอง ส่งผลให้เส้นขนเริ่มจับตัวเป็นก้อน บ้าใบ ทื่อ และไม่มีความเงางามเหมือนเก่า

iStockphoto

วิธีดูแลและปฏิบัติต่อแมวในวาระสุดท้าย

เมื่อพบสัญญาณเหล่านั้น สิ่งที่เจ้าของสามารถทำได้เพื่อลดความทรมานและสร้างความรู้สึกปลอดภัยให้แก่เขา มีดังนี้:

  • ช่วยประคบน้ำและรักษาความสะอาด

หากแมวไม่สามารถลุกมาดื่มน้ำเองได้ อย่าใช้ไซริงค์ฉีดน้ำเข้าปากตรงๆ ให้ใช้ผ้าก๊อซหรือคอตตอนบัดชุบน้ำสะอาดค่อยๆ แตะและลูบเบาๆ บริเวณริมฝีปากและเหงือก เพื่อบรรเทาอาการปากแห้งคอแห้ง นอกจากนี้ แมวที่นอนติดเตียงอาจมีการขับถ่ายราด ควรปูแผ่นรองซับหรือใส่ผ้าอ้อมสัตว์เลี้ยง และคอยเปลี่ยนทันทีเมื่อสกปรกเพื่อไม่ให้ผิวหนังอักเสบ

  • ปรับสภาพแวดล้อมให้เงียบและอบอุ่น

เนื่องจากร่างกายของแมวจะเย็นลงได้ง่าย ควรจัดที่นอนให้หนานุ่มและอบอุ่นขึ้น อาจวางกระเป๋าน้ำร้อนสำหรับสัตว์เลี้ยงไว้ใกล้ๆ รวมถึงย้ายที่นอนไปยังห้องที่สงบที่สุดในบ้าน หลีกเลี่ยงเสียงโทรทัศน์หรือบริเวณที่มีคนเดินผ่านไปมาพลุกพล่าน และปรับแสงไฟในห้องให้สลัวลงเพื่อให้เขาได้พักผ่อนอย่างเต็มที่

"ประสาทการรับรู้เรื่องเสียงและการได้ยิน คือสิ่งสุดท้ายของแมวที่จะหยุดทำงาน"
  • สัมผัสอย่างเบามือและบอกลาด้วยน้ำเสียงที่คุ้นเคย

ในวาระสุดท้าย ให้หมั่นเรียกชื่อเขาเบาๆ บอกเล่าความรักและความขอบคุณที่เขาได้เข้ามาเป็นส่วนหนึ่งในชีวิต หากแมวไม่ได้แสดงท่าทีต่อต้าน ให้ใช้นิ้วลูบหน้าลูบหัวเบาๆ เพื่อให้เขารับรู้ถึงไออุ่นและตระหนักว่าเจ้าของที่เขารักที่สุดยังคงอยู่เคียงข้างเสมอจนถึงวินาทีสุดท้าย

iStockphoto

เตรียมใจล่วงหน้าเพื่อการจากลาที่ไม่มีคำว่าเสียดาย

แม้จะเป็นช่วงเวลาที่ยากลำบาก แต่การพูดคุยกับสมาชิกในครอบครัวและสัตวแพทย์ไว้ล่วงหน้าเป็นเรื่องที่จำเป็นมาก ควรตกลงกันให้ชัดเจนว่าจะเลือกให้เขาจากไปอย่างสงบที่บ้านอันคุ้นเคย หรือจะยอมรับการยื้อชีวิตด้วยเครื่องมือแพทย์ที่โรงพยาบาล การวางแผนและกำหนดขอบเขตของการรักษาไว้ล่วงหน้า จะช่วยลดความสับสนลนลานเมื่อสถานการณ์จริงมาถึง

สิ่งสุดท้ายที่แมวต้องการมากที่สุดไม่ใช่ยารักษาเข้าร่างกายจำนวนมาก แต่คือรอยยิ้ม ความสงบ และการอยู่เคียงข้างของทาสที่เขาประทับใจมาตลอดชีวิต การทำใจให้เข้มแข็งและมอบความรักให้อย่างเต็มที่ในนาทีสุดท้าย คือของขวัญชิ้นใหญ่ที่สุดที่คุณจะมอบให้แก่สัตว์เลี้ยงแสนรักได้

แหล่งอ้างอิง

  1. Nekochan

ขอขอบคุณ

ภาพ :iStockphoto